ไม่ว่าใครก็ตาม ส่วนใหญ่แล้วต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว หรือว่าเรื่องงาน ระดับของความสำเร็จก็ต่างกันไป

บางคนเกิดมามีพรสวรรค์ บางคนเกิดมาต้องใช้พรแสวง อย่างหลังอาจจะถึงเป้าหมายช้ากว่า แต่ก็ถึงเหมือนกัน ช้าเร็วขึ้นกับศักยภาพของแต่ละคน

เราไม่พูดถึงคนที่มีพรสวรรค์ แต่เราจะพูดถึงการเพิ่มศักยภาพในกลุ่มคนที่ต้องใช้พรแสวง จริงๆ แล้วต้องทำหลายๆ เรื่องประกอบกัน

ไม่ได้บอกว่าที่ผมเขียนจะถูกต้องทั้งหมด เพราะมันรวบรวมจากประสบการณ์ของผมที่ผ่านมา รวมไปถึงการสังเกตุคนที่ประสบความสำเร็จรอบข้าง

หนึ่งในเรื่องที่เราควรทำเพื่อเพิ่มความรู้ และศักยภาพของเราก็คือ ‘การตั้งคำถาม’

ทุกวันนี้ผมพยายามฝึกอยู่จนรู้สึกว่าบางทีคนรอบข้าง และเพื่อนร่วมงานเริ่มรู้สึกรำคาญเรานิดๆ แล้ว🙂 อย่าได้หวั่นไหว ให้เดินหน้าต่อไป

ย้อนกลับไปตอนที่เรายังเด็ก ตอนที่เราเริ่มพูดได้ ผู้ใหญ่มักจะเรียกเด็กๆ เหล่านี้ว่า ‘เจ้าหนูจำไม’ นั่นก็เพราะว่าเราจะตั้งคำถามมากมาย

ผู้ใหญ่ตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง ถูกบ้างผิดบ้าง แต่ทั้งหมดทำให้เซลล์สมองของเราเมื่อตอนเด็กๆ มันทำงานอย่างแข็งขัน ยิ่งหยักมากก็ยิ่งฉลาดมาก

‘การถาม’ จะทำให้รู้ในเรื่องที่ถาม และเข้าใจมันมากขึ้น ยิ่งถามมากก็จะได้รับคำตอบมาก มันคล้ายๆ ถามกวนๆ ถามต่อยอดไปเรื่อยๆ

‘การถาม’ ที่ดีเค้าว่ากันว่าให้ใช้คำเหล่านี้ที่เป็นคำถามแบบปลายเปิด เพื่อให้ได้คำตอบที่หลากหลาย ไม่ใช่คำตอบที่เราปักธงไว้อยู่แล้ว

คำเหล่านี้ได้แก่ อะไร เมื่อไหร่ ที่ไหน ทำไม และอย่างไร🙂 บางครั้งอาจจะต้องใช้ทั้งหมด บางครั้งใช้แค่บางคำถามก็พอ

ยกตัวอย่างเช่นเราไปฟังบรรยายเรื่องหนึ่ง ถ้าเราฟังไปเรื่อยๆ ก็ได้ แต่เราจะได้เนื้อหาแค่ที่ฟัง ต่อยอดไม่ได้ ถ่ายความรู้ต่อก็ไม่ได้

อีกอย่างคือเราเอาไปประยุกต์ใช้ก็ไม่ได้เพราะว่าไม่รู้จริง ไม่รู้ว่ามีข้อจำกัดอย่างไร ไม่รู้ว่าควรจะใช้ในสถานการณ์แบบไหน?

แต่ถ้าเราตั้งใจฟัง (ซึ่งก็เป็นทักษะอีกอย่างที่จะเพิ่มศักยภาพด้วย) ประมวลผล และตั้งคำถามเพื่อให้รู้ลึก รู้จริง เอาไปใช้ต่อได้

ก็จะมีประโยชน์ต่อเราเองมากกว่านั่งฟังไปเรื่อยๆ แถมได้ลับคมความคิดได้แลกเปลี่ยนความคิด ช่วยให้เราต่อยอดความคิดได้กว้าง และสูงขึ้นด้วย

‘การถาม’ ที่ดีสำหรับผม ผมคิดว่าควรเป็นการถามเพื่อรู้ ไม่ควรถามเพื่อลองภูมิผู้พูด มันจะต่างกันมาก

สุดท้ายแล้ว ‘การถาม’ จะช่วยขยายความรู้ของเราให้กว้าง และลึกขึ้น ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมากมาย จะพลิกแพลงยังไงก็ทำได้หมด

เพราะเราเข้าใจแก่นแท้ของเรื่องนั้นๆ เรารู้ที่มาและที่ไป รู้ว่าเมื่อไหร่ต้องใช้หรือว่าต้องเลี่ยง การฝึกฝนและทำบ่อยๆจะทำให้เราเก่งขึ้น

ต้องฝากไว้นี๊ดดส์นึงว่า ‘การถาม’ ที่ดีจะต้องถูกกาละ และเวลา และสถานที่ด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นเค้าจะหาว่าเราไม่มีมารยาทได้

ผมกำลังฝึกฝนอยู่ทุกวัน พี่ๆ เพื่อนๆ และน้องๆ โดนกันทั่วหน้า อย่าโกรธหรือรำคาญกันเลยนะ ก็ผมอยากเก่งขึ้นเรื่อยๆ นี่หน่า

อุ๊บส์ … ยังไม่หมด จะมาบอกเพิ่มว่า ‘การถาม’ ไม่ได้มีประโยชน์แค่เพื่อให้เรารู้ และเข้าใจเท่านั้น

แต่ ‘การถาม’ สามารถไปใช้ในสถานการณ์อื่นๆ ได้อีก เช่นถามเพื่อถ่วงเวลาระหว่างที่สมองเรากำลังประมวลผลบางเรื่องอยู่ ไม่ได้ต้องการคำตอบ

ว่าแล้วก็ตั้ง ‘คำถาม’ เลยแล้วกันว่า … เราควรจะเลือกใครระหว่าง ‘แคร์บางคน’ หรือ ‘บางคนแคร์’ และเพราะอะไร? อิอิ .. จบกันดื้อๆ เลย