สงกรานต์ที่ผ่านมานี้ ได้มีโอกาสกลับไปพักที่ The Zign Hotel พัทยาเป็นรอบที่ 2 ที่เลือกไปพัทยาเพราะกะว่าคนน่าจะน้อยกว่าหัวหินแน่ๆ ;P และที่สำคัญคือยังว่างอยู่ในช่วงสงกรานต์

รอบแรกไม่ประทับใจ 2 อย่างคือปลอกหมอนขาดเป็นรู และผ้าห่มมีรอยดำๆ ด่างๆ แต่ไม่เดือดร้อนมากนัก รอบนี้หนักกว่าเดิม ไม่ใช่เรื่องบริการที่แน่นอนว่าช่วงเทศกาลย่อมมีขาดตกบกพร่องไปบ้าง อันนี้ถือว่ารับได้ไม่มีปัญหา

แต่เป็นเรื่องการจองที่พัก, การ confirm ที่พัก และการให้เกียรติกับลูกค้าที่ confirm และชำระค่าห้องพักไปเรียบร้อยแล้ว ตามผมมาครับ ผมจะเล่าให้ฟัง

การจองห้องพักตอนแรกไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ราบรื่นมากๆ ผมจองห้องพัก city view ไป และขอห้อง type pure art เพราะว่ารอบแรกที่มาพักแบบ Retro ไปแล้ว และขอห้องพักที่สูงที่สุด และเป็นชั้นที่ไม่สูบบุหรี่ จองแบบ 2 ห้องและขอเป็น connecting room ปรากฎว่าได้หมดตามที่ขอไป เจ๋งมาก🙂

วันที่ไปถึงผมเอาของลง และเอารถไปจอด เลยให้แฟนไป check-in แทน พนักงานบอกว่าได้ห้อง XXX 2 ห้อง (ผมจำเลขที่ห้องไม่ได้แล้ว) จากนั้นก็ให้พนักงานพาเราไป และเอาของไปส่งให้เราที่ห้อง ระหว่างเดินไปขึ้นลิฟท์ที่อาคาร B ผมถามแฟนผมว่าห้องอยุ่ชั้นที่เท่าไหร่ จะได้กดลิฟท์ถูก แฟนผมตอบกลับมาว่า “ชั้น 5” ผมอึ้งไปนิดนึง

เพราะผมจำได้ว่ารอบแรกที่มาพักชั้น 4 เป็นแบบ Retro และตอนจองมาห้อง Pure Art จะอยู่ประมาณชั้น 8 ขึ้นไป ดังนั้นชั้น 5 มันก็ห้อง Retro เหมือนเดิมน่ะสิ พอขึ้นลิฟท์ไปถึงก็แน่นอนว่าเป็นห้องแบบ Retro จึงโทรฯ ไปสอบถามพนักงานที่ Front ได้รับคำตอบว่าห้องแบบ Pure Art เต็มแล้ว ????

ผมแจ้งไปว่าตอนจองมาผม confirm ทุกอย่างเรียบร้อยว่าได้ห้องแบบ Pure Art ทำไมถึงบอกว่าเต็ม? พนักงานบอกว่าโดยปกติจะไม่ confirm ประเภทห้อง จะเป้นแค่ On Request ลูกค้าจะต้องมา Confirm ที่ Front เท่านั้น

ผมเลยตอบกลับไปว่าถ้า Confirm ตอนจองไม่ได้ แล้วจะมีประเภทห้องให้ลูกค้าเลือกทำไม? ที่สำคัญคือผมจ่ายเงินเรียบร้อยแล้ว เท่ากับว่าตอนที่จองห้องยังว่าง และควรจะเป็นห้องของผม

อีกอย่างคือตอนที่แฟนผมมา Check-in ทำไมคุณไม่บอกอะไรเลย คุณเอาห้องแบบ Retro ที่ผมไม่ได้จองไว้มาให้ แล้วทำเฉยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแบบนี้ถูกต้องไหม?

สักพักผมจึงได้รู้ว่าที่ห้องไม่ว่างเพราะว่าแขกก่อนหน้านี้ที่พักอยู่ในห้องเกิดเปลี่ยนใจจะพักต่อ และจะขอพักห้องเดิม ทำให้ห้องดังกล่าวที่ผมจองไว้ไม่ว่าง พนักงานจึงส่งผมไปนอนห้องแบบ Retro แทน

หลังจากที่ผมยืนยันยังไงผมก็ไม่พักห้อง Retro แน่ๆ และต้องการได้ห้อง Pure Art สุดท้ายพนักงาน Front บอกว่าจะ Upgrade ให้เป็นห้อง Junior แต่จะไม่ได้เป็น Connecting Room นะ ห้องนึงเป็น City View อีกห้องเป็น Sea View และอยู่ชั้น 10 ผมก็ ok ขอดูห้องก่อน

รออยู่นานจนพนักงานที่ช่วยยกกระเป๋าบอกว่าเดี๋ยวจะลงไปเอา Key Card ที่ Front มาให้ ไปสักพักก็กลับมาพร้อม Key Card และขึ้นไปที่ชั้น 10 ดูสภาพห้องแล้ว ok ก็เลย confirm กับพนักงานไป

หลังจากเข้าำัพักแล้ว (ห้องฝั่ง City View) และตรวจสอบอุปกรณ์้ใช้งานต่างๆ พบว่าเครื่องเล่น DVD 2 เครื่องในห้องไม่มีสายต่อเข้า TV จึงโทรฯ ไปเรียกพนักงานขึ้นมาช่วยดูให้หน่อย ได้สายมาแล้วแต่ปรากฎว่าเครื่องเล่น DVD เจ๊งทั้ง 2 เครื่อง ต้องไปหาเครื่องใหม่จากห้องอื่นมาใช้แทน ผมเลยถามว่าทำไมมันถึงใช้ไม่ได้? พนักงานตอบผมว่าปกติห้องนี้ไม่ค่อยมีใครมาพัก เลยไม่ได้ตรวจสอบอุปกรณ์ o_O! อีกทั้งพื้นห้องน้ำก็มีฝุ่น เวลาเดินเข้าไปเท้าจะดำ จึงทำให้รู้ว่าห้องนี้มันปิดไว้นานแล้วจริงๆ นี่เอง

ส่วนอีกฝั่งดูเหมือนไม่มีปัญหาอะไร และพ่อตาแม่ยายเค้าชอบ เพราะว่ามีระเบียงยื่นออกไปด้านนอก และเห็นวิวทะเล เช้าๆ ตื่นนอนจะได้ออกมาเดินรับลมได้ ผมก็เลยไม่อยากมีเรื่องมีราวมาก

นอกจากปัญหาข้างต้นแล้วอื่นๆ ของโรงแรมผมว่า ok ทีเดียวทั้ง Line อาหาร Buffet ตอนเช้าที่มีหลากหลาย และเนื้อๆ ไม่ใช่วิญญาณเหมือนโรงแรมบางที่ หมูเป็นหมู ปลาเป็นปลา และปลาสดด้วยไม่คาว พนักงานในห้องอาหารก็ ok ขออะไรไปก็เอามาให้ด้วยความรวดเร็ว

หากท่านใดสนใจพักที่นี่ผมก็แนะนำนะครับ แต่พยายามหลีกเลี่ยงช่วงเทศกาลถ้าเป็นไปได้ ไม่อยากให้เจอเหตุการณ์แบบเดียวกันแล้วเสียอารมณ์ บอกตรงๆ ว่าถ้าพนักงานแจ้งให้เรารู้ล่วงหน้าก่อน Check-in หรือตอน Check-in จะบอกให้เรารู้ก่อนว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร ผมอาจจะไม่อารมณ์เสียขนาดนั้นก็ได้